บทที่ 1 ทบทวนชีวิต
เสียงเข็มนาฬิกาตั้งพื้นทรงโบราณเดินเป็นจังหวะก้องอยู่ในความเงียบ มนต์สิชากะพริบตาปรือขึ้นมองเพดานสไตล์คลาสสิกของห้องนอนกว้าง ร่างบางพลิกตัวช้าๆ มือเรียวยื่นไปแตะผืนผ้าห่มนวมข้างกาย...ราบเรียบและเย็นชืด ไร้ร่องรอยการใช้งานตลอดทั้งคืน
สามปีเต็มแล้ว ที่พื้นที่ตรงนี้ไม่เคยมีความอบอุ่นจากคนเป็นสามี
ก๊อก...ก๊อก...
เสียงเคาะประตูดังขึ้นเบาๆ ก่อนที่หัวหน้าแม่บ้านจะแง้มประตูเข้ามาพร้อมถาดกาแฟร้อน
"คุณมนต์คะ ตื่นหรือยัง ป้าเอากาแฟมาให้ค่ะ"
มนต์สิชายันกายลุกขึ้นนั่ง พลางจัดชุดนอนผ้าซาตินให้เข้าที่พร้อมกับปรับรอยยิ้มบางเบาบนใบหน้า
"ตื่นแล้วค่ะป้าแม้น เข้ามาได้เลย...เมื่อคืนคุณภพกลับมาบ้านไหมคะ"
แม่บ้านวัยกลางคนมีสีหน้าอักอ่วน หลบสายตาลงเล็กน้อยก่อนตอบเสียงเบา
"คุณภพกลับมาตอนตีสองค่ะ แต่เห็นตรงไปห้องทำงานด้านล่างเลย จนป่านนี้ยังไม่ได้ขึ้นมาค่ะคุณมนต์"
"อย่างนั้นเหรอคะ" มนต์สิชารับแก้วเซรามิกมาถือไว้ ทว่าความร้อนจากเครื่องดื่มไม่ได้ช่วยให้ฝ่ามือที่เย็นชืดของเธออุ่นขึ้นมาได้เลย
"แล้ววันนี้ป้าแม้นเตรียมของทำอาหารเช้าไว้หรือยัง"
"พร้อมแล้วค่ะ แต่ว่า...คุณมนต์พักผ่อนต่ออีกหน่อยไหมคะ หน้าตาดูซีดๆ ไปนะคะช่วงนี้"
"ไม่เป็นไรค่ะ ป้าก็รู้ว่าวันสำคัญแบบนี้ มนต์อยากลงไปทำอาหารเช้าด้วยตัวเอง" น้ำเสียงของเธอราบเรียบ ทว่าซ่อนความขื่นขมเอาไว้ลึกสุดใจ
"สามปีแล้วนะคะ ที่มนต์ทำแบบนี้ทุกเช้า"
"ป้าเห็นใจคุณมนต์จริงๆ ค่ะ" แม่บ้านถอนหายใจเบาๆ มองหญิงสาวด้วยความเอ็นดู
"คุณมนต์ทุ่มเทให้คุณภพกับบ้านหลังนี้มาตลอดเลยนะคะ"
"มนต์แค่อยากทำหน้าที่ภรรยาให้ดีที่สุด...หวังว่าสักวัน เขาจะมองเห็นความตั้งใจของมนต์บ้าง" มนต์สิชาวางแก้วกาแฟลงบนโต๊ะข้างเตียงอย่างแผ่วเบา
"คุณภพท่านเป็นคนพูดน้อย งานก็ยุ่ง..." ป้าแม้นพยายามเอ่ยปลอบ แม้จะรู้ดีว่ามันไม่ได้ช่วยให้อะไรดีขึ้น
"ช่างมันเถอะค่ะ วันนี้วันครบรอบแต่งงานสามปี มนต์ไม่อยากคิดเรื่องเศร้าๆ" หญิงสาวพูดตัดบท รอยยิ้มฝืนถูกจุดขึ้นบนริมฝีปากอีกครั้ง
"เดี๋ยวมนต์ขอตัวไปอาบน้ำก่อนนะคะ แล้วจะรีบลงไปที่ครัว"
"ค่ะคุณมนต์ ป้าจะลงไปเตรียมอุปกรณ์รอนะคะ" แม่บ้านรับคำก่อนจะก้าวออกจากห้องไปอย่างเงียบเชียบ
เมื่อประตูห้องปิดลง ความเงียบก็เข้าครอบคลุมอีกครั้ง มนต์สิชานั่งนิ่งอยู่บนเตียงหรูหรา นึกถึงความอดทนที่เธอเพียรพยายามมอบให้สามีหมื่นล้าน แต่ละวันผ่านไปกับการกัดฟันสู้เพื่อรักษาคำว่าครอบครัว แต่ยิ่งพยายาม...เธอก็ยิ่งรู้สึกเหมือนเดินหลงทางอยู่ในเขาวงกต
ร่างบางถอนหายใจยาว สะบัดไล่ความรู้สึกว่างเปล่าในใจ แล้วลุกจากเตียงเพื่อไปเตรียมตัวทำหน้าที่ภรรยา
สายน้ำอุ่นจากฝักบัวช่วยชะล้างความเหนื่อยล้าได้เพียงผิวกาย วันนี้มนต์สิชาใช้เวลาหน้ากระจกนานกว่าปกติเล็กน้อยเพื่อแต้มคอนซีลเลอร์กลบรอยคล้ำใต้ตา หญิงสาวเลือกสวมเดรสคอวีสีเบจเรียบหรู ก่อนจะลงมาสวมทับด้วยผ้ากันเปื้อนสีขาวสะอาดตาในห้องครัวกว้างของคฤหาสน์วรเวชกุล
"ป้าบดเมล็ดกาแฟคั่วเข้มไว้ให้ใหม่ๆ เลยค่ะ หอมฟุ้งไปทั้งครัวเลย" ป้าแม้นรีบขยับเข้ามายืนข้างโต๊ะเตรียมอาหารเมื่อเห็นนายหญิงของบ้าน
"ขอบคุณค่ะป้าแม้น"
มนต์สิชาเดินตรงไปที่เครื่องชง หยิบก้านชงมาเคาะเศษผงเก่าออกเบาๆ
"กาแฟคุณภพต้องชงสดๆ เท่านั้น ไม่งั้นกลิ่นจางแล้วเขาจะไม่ยอมแตะเลย"
"คุณมนต์จำรายละเอียดของคุณภพได้เป๊ะทุกอย่างเลยนะคะ" ป้าแม้นส่งยิ้มอ่อนโยน ขณะหยิบจานใบเล็กส่งให้
"ความเคยชินมั้งคะ"
หญิงสาวตอบรับบางเบา ปล่อยให้เครื่องชงทำหน้าที่สกัดน้ำกาแฟไป ก่อนจะผละตัวเดินกลับมาหน้าเตาเพื่อจัดการกับมื้อเช้าต่อ
เวลาผ่านไปเพียงไม่นาน มนต์สิชาก็ยกกระทะขึ้น เทออมเล็ตเนื้อปูสีเหลืองทองลงบนจานอย่างประณีต
"ป้าช่วยยกถ้วยกาแฟตามมนต์ไปที่โต๊ะหน่อยนะคะ"
มนต์สิชาปลดผ้ากันเปื้อนออกวางไว้บนเคาน์เตอร์ ก่อนจะประคองถาดอาหารเช้าเดินตรงไปยังห้องอาหารใหญ่ เธอจัดวางจานออมเล็ตลงบนตำแหน่งหัวโต๊ะอย่างคุ้นเคย ขยับแจกันดอกลิลลี่สีขาวให้ร่นไปด้านข้างเล็กน้อย
"วางกาแฟตรงนี้เลยค่ะป้าแม้น" เธอบอกแม่บ้านที่เดินตามมา
"เรียบร้อยแล้ว ป้าไปพักเถอะค่ะ เดี๋ยวที่เหลือมนต์จัดการเอง"
"งั้นป้าขอตัวไปดูเด็กๆ รดน้ำต้นไม้หลังบ้านก่อนนะคะ"
เมื่อแม่บ้านเดินคล้อยหลังไป หญิงสาวก็ขยับแก้วน้ำส้มให้เข้าที่ เธอยืนนิ่งอยู่ข้างโต๊ะอาหารไม้มะฮอกกานีตัวยาว ทอดสายตามองผลงานของตัวเอง ก่อนจะหลุบตาลงมองหลังมือซ้าย
แหวนเพชรเม็ดงามส่องประกายล้อแสงไฟแชนเดอเลียร์...แหวนที่เขาเป็นคนสวมให้ แหวนที่ควรเป็นตัวแทนของความรัก แต่สำหรับเธอ มันคือเครื่องหมายของพันธะสัญญาทางธุรกิจ การแต่งงานเพื่อกอบกู้ตระกูลของเธอจากความล้มละลายเมื่อสามปีก่อนต่างหาก
ตึก...ตึก...
เสียงส้นรองเท้าหนังกระทบขั้นบันไดหินอ่อนดังเป็นจังหวะหนักแน่น ดึงสติที่กำลังล่องลอยของมนต์สิชาให้กลับมา หญิงสาวสูดลมหายใจเข้าลึก รีบปรับสีหน้าให้เป็นปกติที่สุด เสียงก้าวเดินนั้นใกล้เข้ามาเรื่อยๆ จนกระทั่งหยุดลงตรงหน้าประตู มนต์สิชาเงยหน้าขึ้นมองร่างสูงสง่าของภพธร ที่ก้าวเข้ามาในห้องอาหารด้วยใบหน้าเรียบตึง
